“ตุรกี” เป็นประเทศเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ส่วนที่อยู่ในเอเชีย 97% เรียกว่า อนาโตเลีย (Anatolia) ภาษาตุรกี เรียก อนาโดหลุ (Anadolu) และ อีก 3% อยู่ในยุโรปเรียกว่า เทรซ (Thrace)ประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมาย และหากจะเที่ยวตุรกีให้สนุกและเข้าถึงความเป็นตุรกี เราควรจะทำความรู้จักตุรกีสักหน่อยก่อนไปเที่ยวเพราะเราได้ไปเที่ยวมาแบบไม่รู้จักตุรีกีมาแล้ว เลยอยากให้คนที่กำลังไปได้ทำความรู้จักตุรกีมากขึ้นก่อนเดินทางไปเที่ยว

ตุรกีเป็นดินแดนในฝันที่ใครหลายๆ คนฝันว่าจะไปเยือนซักครั้งให้ได้ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่จดๆจ้องๆ เก็บเงินจนได้ไปเที่ยวตุรกีสักทีขณะนั่งคุยกับเพื่อนในร้านกาแฟกลางเมือง เราก็หยิบมือถือ เข้าแอปพลิเคชั่น Traveloka หาตั๋วเครื่องบินไปตุรกีจองก่อนค่อยแพลนเที่ยวที่หลัง เป็นแอปฯ ที่จองได้ง่าย จองตั๋วเครื่องบินได้ทุกที่รวมไปถึงการจองที่พักด้วย ซึ่งใช้งานง่ายจองคล่องตัวพร้อมในแอปฯ เดียวแล้ว

จองตั๋วเครื่องบินและที่พักตุรกี กับ Traveloka  


เมืองที่ผุดขึ้นมาในหัวชื่อแรกคงไม่พ้นอิสตันบูล แม้อิสตันบูลไม่ใช่เมืองหลวงแต่ก็เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในตุรกี เป็นเมืองสองทวีปที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มากในประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้ อิสตันบูล มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิ้ล และเรื่องที่ไม่ควรพลาดเมื่ออยู่อิสตันบูล คือ ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus

ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ The Black Sea เข้ากับทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ถือว่าช่องแคบนี้เป็นจุดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย มาลองสัมผัสบรรยากาศและวิวสวยๆของยุโรปและเอเชียกันค่ะ พอขึ้นฝั่งเราก็ไปต่อ สถานที่สำคัญ ที่ห้ามพลาด สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia

หรือชื่อในปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา หรือฮาเจียโซเฟีย Hagia Sophia Museum เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า และในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ สุเหร่าเซนต์โซเฟียถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมักถูกจัดให้อยู่ในรายการ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร สวยงามตระการตาจริงๆค่ะ ออกมาก็เดินไปอีกที่ใกล้ๆกัน สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่มีความสวยงามมาก ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากสีน้ำเงินของกระเบื้องเคลือบที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 เมื่อปี1609 ใช้เวลาสร้างโดยรวม 7 ปี มาเที่ยวสุเหร่าทีไรรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ และความศรัทธาทุกที ออกจากเรื่องของศาสนามาเที่ยววังกันต่อ พระราชวังโดลมาบาห์เช Dolmabahce Palace

สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด Abdul Mecit ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือมีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตามีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระใน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากอังกฤษทำจากแก้วคริสทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทำด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสทัล พรมชั้นเลิศราคาแพงที่สุดในโลก ทอโดย Cinar ในตุรกี เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมีย ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก หินอ่อนจากอียิปต์มาทำห้องอาบน้ำ เซาน่า ในรูปแบบที่เรียกว่า เตอร์กิชบาธ ที่น่าสังเกตคือมีนาฬิกาวางประดับไว้มากมาย ทุกเรือนจะชี้บอกเวลา 09.06 น. อันเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล หรืออตาเติร์ก ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2484 ออกจากวังเราไปต่อกันที่ อุโมงก์เก็บน้ำเยเรบาทัน Yerebatan Sarnici

สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในปี ค.ศ.532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำที่ได้ส่งผ่านท่อมาจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตร ใกล้กับทะเลดำ ที่นี้มี เสารูปศีรษะเมดูซาที่กลับหัวลง และตะแคงข้าง รวมทั้งเสาหยาดน้ำตา ในยุคออตโตมันให้ดูด้วยนะ อิสตันบูลเรา พอหอมปากหอมคอแล้ว เมืองต่อไปที่เราจะไปคือ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า ตัดกับทะเลอีเจียนซึ่งเป็นที่ตั้งของ เมืองทรอย Troy เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ชม ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย



Wooden Horse of Troy อันโด่งดัง
ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ ที่เป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ออกจาก ทรอย เราไปต่อกันที่ วิหารอะโครโปลิส Acropolis แห่งเมืองเปอร์กามัม Pergamum ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายซึ่งสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงคือ โรงละครที่ชันที่สุดในโลก จุผู้ชมได้มากถึง 10,000 คน 


ไปค่ะไปต่อที่ 
เมืองเอฟฟิซุส City of Ephesus เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีจากชาวกรีก ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน

อีกหนึ่งไฮไลท์ ที่เราภูมิใจนำเสนอมากคือ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale 


เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก
 จนเรียกกันว่า ปราสาทปุยฝ้าย รับรองถ้าคุณมาเห็นกับตา เหมือนอยู่ในแดนสวรรค์จริงๆ สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง เหมือนที่ฝรั่งเขาว่า  “No word can describe” หลังจากดื่มด่ำดินแดนในฝันไปแล้ว เราก็กลับมาชั่วโมงประวัติศาสตร์กันต่อค่ะ

เมืองคอนย่า Konya อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา และแวะชม คาราวานสไรน์ Caravanserai ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมันอีกด้วย

แล้วก็มาถึงเมืองที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ ที่เกิดจาการทับถมของลาวาเป็นเวลาหลายล้านปี จนได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งเทพนิยาย หรือดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า Fairy Chimney คัปปาโดเกีย ยังได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกีอีกด้วย

คัปปาโดเกีย มีนครใต้ดินหลายแห่ง แต่ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือนครใต้ดิน เมืองไคมักลี Underground City Derinkuyu or Kaymakli ที่มีความลึกถึง 11 ชั้น (ลึกที่สุดที่ 85 เมตร) พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศ และมีสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ ซึ่งนครใต้ดินนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์ จากการขุดเจาะพื้นดินลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนของชาวเมืองจากการรุกรานของข้าศึกในสมัยทำสงคราม หลังจากเรามุดเมืองใต้ดินไปชมความเก่งกาจของคนสมัยก่อน ซึ่งไม่เหมาะสำหรับคนกลัวที่แคบๆอย่างยิ่ง ไม่แนะนำนะคะ เราออกไปเที่ยวที่มันอยู่ open air กันดีกว่าค่ะ


พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เมืองเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum
 ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย และอีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือการ ขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย


หลายๆ คนบอกไว้ว่า ขึ้นบอลลูนที่คัปปาโดเกีย สวยที่สุดในโลกแล้ว เราไม่เคยขึ้นที่อื่น แต่แค่นี้ก็สวยติดตาตรึงใจไม่รู้ลืมจริงๆ อย่าลืมหาโอกาสไปลองกันให้ได้นะ
 หลายๆคนไปก็ไม่มีโอกาสได้ขึ้นถ้าอากาศไม่ดี รัฐบาลเขาไม่ให้ขึ้นเด็ดขาด คำนึงถึงความปลอดภัยดีทีเดียว หลังจากขึ้นบอลลูนลงมาเราก็ต้องเตรียมตัวกลับบ้านกันแล้ว โดยเรามุ่งหน้าไปเมืองอังการา Ankara ซึ่งเมืองนี้หละค่ะ คือเมืองหลวงของประเทศตุรกีและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอังการา เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล มาถึง Ankara เราก็กินแวะกินข้าวแล้วตรงไปสนามบินเลย ไม่ได้แวะเที่ยวแต่อย่างใดเพราะเวลาไม่อำนวย

ยังไงใครจะไปเที่ยวตุรกี เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ ช่วยให้เข้าถึงการท่องเที่ยวมากขึ้น หรือเผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ยังไม่คิดเริ่มอยากไปเที่ยวตุรกีบ้าง ^_^