รับยื่นวีซ่าอเมริกา

กลับหน้าหลัก

 

ค่าธรรมเนียม ท่านละ 8,900 บาท


ข้อมูลทั่วไป

โดยทั่วไปแล้วบุคคลต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องมีวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับการพำนักในประเทศแบบชั่วคราว หรือวีซ่าถาวรสำหรับการย้ายถิ่นฐานถาวรก็ตาม บุคคลที่มีสัญชาติของประเทศที่ได้รับการรับรองอาจจะสามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าภายใต้โปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่า บุคคลทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้โปรแกรมการยกเว้นวีซ่าจะต้องได้รับอนุมัติการเดินทางผ่านระบบอนุมัติการเดินทางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESTA) ก่อนที่จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

หากท่านมีคุณสมบัติไม่ครบตามข้อกำหนดของโปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่า หรือเดินทางไปเพื่อศึกษาต่อ ทำงาน เข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยน หรือวัตถุประสงค์อื่นใดที่มิได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของวีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ (วีซ่าประเภท B) ท่านจะต้องยื่นคำร้องเพื่อขอวีซ่าชั่วคราว

การได้รับวีซ่าไม่ได้เป็นหลักประกันว่าท่านจะสามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ วีซ่าเป็นเอกสารที่บ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่กงสุลชาวอเมริกันได้พิจารณาและเห็นว่าท่านมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะขอเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวัตถุประสงค์บางประการตามที่ได้แจ้งไว้

วีซ่าชั่วคราว

วีซ่าชั่วคราวใช้สำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักเรียน หรือผู้มาทำงานที่ต้องการพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงระยะหนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเป็นการเฉพาะ ตามที่กฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยเรื่องวีซ่าของสหรัฐฯได้ระบุไว้ ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวส่วนใหญ่จะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่ามีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศที่พำนักของตนเองและจะต้องแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลังจากการพำนักชั่วคราวนั้นได้สิ้นสุดลง

 


รูปถ่ายและการบันทึกลายนิ้วมือ


ข้อมูลทั่วไป

ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว ผู้สมัครต้องแนบไฟล์รูปถ่ายดิจิตอลที่ได้ถ่ายไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินหกเดือนในขั้นตอนการกรอกและยื่นแบบฟอร์ม DS-160 โดยท่านจะต้องนำรูปถ่ายตัวจริงติดตัวไปในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วย และจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือเมื่อมาถึงสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา

ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายดิจิตอล

รูปถ่ายที่ท่านใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกประการทั้งขนาดและสิ่งที่ปรากฏในรูป การยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อาจมีผลให้กระบวนการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่านล่าช้า รูปถ่ายที่แนบมากับแบบฟอร์ม DS-160 จะต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน หากท่านกำลังยื่นคำร้องขอวีซ่าแทนวีซ่าที่หมดอายุไปแล้ว ท่านต้องถ่ายรูปใหม่ ห้ามใช้รูปถ่ายเดิมที่ปรากฎบนวีซ่าเก่า หากท่านยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติ ท่านต้องยื่นรูปถ่ายใหม่ก่อนที่สถานทูตหรือสถานกงสุลจะทำการพิจารณคำร้องขอวีซ่าของท่าน แม้ว่าท่านจะได้อัพโหลดออนไลน์ไปแล้วก็ตาม

*ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ผู้สมัครต้องไม่สวมแว่นตาในรูปถ่าย

ขนาดศีรษะ

ความสูงของศีรษะ เมื่อวัดจากด้านบนสุดของศีรษะซึ่งรวมผมด้วยจนถึงใต้คางจะต้องอยู่ระหว่าง 50% ถึง 70% ของความสูงของรูปถ่ายทั้งหมด ระดับดวงตาที่วัดจากด้านล่างสุดของรูปถ่ายจนถึงระดับดวงตาควรอยู่ระหว่าง 55% ถึง 70% - หรือประมาณ 2/3 ของความสูงของรูปถ่าย

ขนาดของรูปถ่าย

รูปถ่ายของท่านต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งหมายความว่าความสูงและความกว้างของรูปจะต้องเท่ากัน รูปถ่ายต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 600 พิกเซล x 600 พิกเซล (สูง x กว้าง) และมีขนาดไม่เกิน 1200 พิกเซล x 1200 พิกเซล (สูง x กว้าง)

7 ขั้นตอนเพื่อให้ได้รูปถ่ายที่ถูกต้อง

ทิศทางของศีรษะ

ทิศทางของศีรษะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครขอวีซ่า ผู้สมัครจะต้องใช้รูปถ่ายที่สามารถมองเห็นใบหน้าเต็มได้ภายในกรอบของรูป มองกล้องตรงๆ และอย่าหลับตา

จัดองค์ประกอบให้ดี

รูปถ่ายของท่านจะต้องแสดงทั้งศีรษะตั้งแต่ด้านบนสุดของผมจนถึงบริเวณใต้คาง ในภาพที่ถูกต้องความสูงของศีรษะจะอยู่ที่ 1-1-3/8 นิ้ว (25 ถึง 35 มม.) หรือคิดเป็น 50%-70% ของรูปถ่าย ดังตัวอย่าง:

อยู่ตรงกลางของรูป

จัดศีรษะของท่านให้อยู่ตรงกลางระหว่างกรอบรูปทั้งสองด้านอย่างพอดี

ลืมตา

ห้ามใส่แว่นตา ท่านจะต้องลืมตา ดวงตาของท่านควรอยู่ในระดับ 2/3 เมื่อวัดจากด้านล่างของรูปถ่ายขึ้นไปด้านบน หรือ 1-1/8 นิ้ว ถึง 1-3/8 นิ้ว (28 มม. ถึง 35 มม.) หรือประมาณ 60% จากด้านล่างของรูปถ่าย

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2016 ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครใส่แว่นตาถ่ายรูปประกอบใบสมัครวีซ่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่  https://travel.state.gov/content/travel/en/us-visas/visa-information-resources/photos.html

พื้นหลัง

พื้นที่ด้านหลังรูปถ่ายควรเป็นสีขาวและไม่ควรมีสิ่งใดระเกะระกะ นั่งถ่ายรูปโดยใช้ฉากหลังที่เป็นสีขาวจะช่วยให้ได้รูปที่ดีที่สุด

อย่าให้ภาพมีเงา

ควรนั่งลงเพื่อให้ใบหน้าดูสว่างและจะช่วยให้ไม่เกิดเงาบนใบหน้าหรือพื้นหลัง

ทำตัวตามสบายและให้ดูเป็นธรรมชาติ

ท่านควรแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถ่ายรูป ดังตัวอย่างที่แสดงไว้ที่นี่

อย่าสวมหมวกหรือสิ่งคลุมศีรษะที่เป็นการปกปิดผมหรือแนวผมยกเว้นในกรณีที่ผู้สมัครสวมใส่ทุกวันภายใต้ข้อกำหนดทางศาสนา ในรูปถ่ายจะต้องมองเห็นทั้งใบหน้าเต็มและสิ่งปิดคลุมศีรษะจะต้องไม่ทำให้เกิดเงาบนใบหน้า ห้ามใส่แว่นตา

การบันทึกลายนิ้วมือ

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ในระหว่างขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่า โดยจะมีการบันทึกลายนิ้วมือด้วยเครื่องบันทึกลายนิ้วมือดิจิตอล ทั้งนี้ผู้สมัครบางรายอาจจะไม่ต้องทำการบันทึกลายนิ้วมือ ซึ่งได้แก่:

  • ผู้สมัครที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจราชการของรัฐบาล ยกเว้นผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3 และ G-5
  • ผู้สมัครที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี หรืออายุเกิน 79 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่า ท่านสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

อ่านคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรูปถ่ายซึ่งรวบรวมไว้โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ที่นี่

 


 

ระยะเวลาในการรอนัดสัมภาษณ์วีซ่า

สถานทูตและสถานกงสุลอเมริกาพยายามทำให้ระยะเวลาที่ผู้สมัครต้องรอนัดสัมภาษณ์วีซ่านั้นสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ดี ผู้สมัครควรจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าให้เร็วที่สุดเพื่อสามารถนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ในวันและเวลาที่ท่านต้องการ

ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า

ถึงแม้การดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่าโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณสามวันทำการนับจากวันที่ได้รับการสัมภาษณ์วีซ่าก็ตาม โปรดทราบว่าผู้สมัครแต่ละท่านอาจต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี โดยจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลหรือข้อกำหนดพิเศษอื่นๆ

 

 


 

เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

 

เอกสารพิ่มเติมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่กงสุลจะนำมาพิจารณาประกอบการสัมภาษณ์ โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจะตัดสินใบคำร้องแต่ละกรณีจากปัจจัยด้านอาชีพ สังคม วัฒนธรรม และปัจจัยอื่นๆที่มีอยู่ขณะที่ทำการตัดสิน โดยอาจดูเจตนาของท่าน สถานการณ์ด้านครอบครัว แผนระยะยาวของท่าน ตลอดจนสถานการณ์ภายในประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งแต่ละกรณีจะได้รับการพิจารณาเป็นรายบุคคลภายใต้กฎหมาย

 

ข้อควรระวัง: อย่าแสดงเอกสารปลอม การหลอกลวงหรือการกรอกข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจทำให้ท่านเสียสิทธิ์ในการร้องขอวีซ่าอย่างถาวร หากท่านมีความกังวลเรื่องความลับของข้อมูล ผู้สมัครควรนำเอกสารต่างๆ ใส่ซองปิดผนึกมายังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาด้วยตนเอง สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้ใดและจะเคารพข้อมูลที่เป็นความลับของท่าน

 

ท่านควรนำเอกสารต่อไปนี้มาในวันสัมภาษณ์ ควรนำเอกสารตัวจริงมาแทนสำเนา อย่าส่งโทรสาร อีเมล หรือส่งเอกสารประกอบของท่านไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาทางไปรษณีย์

 

  • หลักฐานแสดงรายได้ การชำระภาษี เอกสารครอบครองทรัพย์สินหรือธุรกิจ หรือสินทรัพย์
  • รายละเอียดการเดินทางและ/หรือคำอธิบายอื่นๆ เกี่ยวกับการเดินทางของท่าน
  • หนังสือจากผู้ว่าจ้างแสดงรายละเอียดตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาการว่าจ้าง และการอนุมัติวันหยุดหรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา
  • ประวัติอาชญากรรมหรือการดำเนินคดีในศาลเกี่ยวกับการถูกจับกุมหรือถูกตัดสินโทษในทุกที่ แม้ว่าท่านจะได้ชดใช้ความผิดนั้นแล้วหรือได้รับอภัยโทษในภายหลังก็ตาม

 

นอกจากนั้น ท่านควรพิจารณานำเอกสารต่อไปนี้มาด้วย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของท่าน

 

นักเรียน
นำผลการเรียนล่าสุด ใบรับรองผลการศึกษา และใบรับปริญญา/ใบประกาศนียบัตรมาด้วย นำหลักฐานการสนับสนุนทางการเงินเช่น ใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือนจากธนาคาร ใบรับเงินฝากประจำ หรือหลักฐานอื่นๆ

 

ผู้บรรลุนิติภาวะที่ทำงานแล้ว
นำหนังสือว่าจ้างจากผู้ว่าจ้างและสลิปเงินเดือนสามเดือนที่ผ่านมา

 

นักธุรกิจและผู้อำนวยการบริษัท
นำหลักฐานแสดงการดำรงตำแหน่งในบริษัทและเงินตอบแทน

 

เดินทางไปเยี่ยมญาติ
นำสำเนาหลักฐานสถานภาพของญาติที่อยู่ในประเทศสหรัฐฯ (เช่นกรีนการ์ด ใบรับรองสัญชาติ วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ เป็นต้น)

 

ผู้เคยเยี่ยมเยียนสหรัฐอเมริกา
หากท่านเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกามาก่อน ให้นำเอกสารยืนยันการเดินทางเข้าประเทศและสถานะวีซ่ามาประกอบ

 

เอกสารประกอบสำหรับผู้สมัครที่ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาล
หากท่านต้องการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ท่านควรเตรียมเอกสารประกอบต่อไปนี้นอกเหนือจากเอกสารที่ระบุไว้ข้างต้นและเอกสารที่เจ้าหน้าที่กงสุลอาจร้องขอ

 

  • รายงานการวินิจฉัยจากแพทย์ในประเทศของท่านที่อธิบายถึงลักษณะของอาการป่วยและเหตุผลที่ท่านต้องการเข้ารับการรักษาในสหรัฐอเมริกา
  • หนังสือจากแพทย์หรือสถานพยาบาลในสหรัฐอเมริกาแจ้งความยินยอมที่จะรักษาอาการป่วยดังกล่าว รวมทั้งรายละเอียดเรื่องระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษา (รวมทั้งค่าบริการของแพทย์ โรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอื่นๆทั้งหมด)
  • หนังสือแจ้งความรับผิดชอบด้านการเงินจากบุคคลหนึ่งหรือองค์กรที่ออกค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าพักอาศัยของท่าน บุคคลที่รับรองการชำระเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องแสดงหลักฐานว่ามีกำลังทรัพย์พอที่จะให้การสนับสนุนโดยมักจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดบัญชีจากธนาคาร เอกสารแสดงรายรับ/เงินออม หรือสำเนาการยื่นภาษีเงินได้


กลับหน้าหลัก

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 130,720